ยกนิ้วให้ 5 แข้งดัง สู้ชีวิตจนโด่งดัง

 

ชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เหมือนปอกกล้วยเข้าปาก คนจะดังได้หรือมีเงินได้มักมาพร้อมกับความสามารถด้วย นักฟุตบอลหลายคนช่วงเริ่มต้นต้องพบกับอุปสรรคมากมายในชีวิต  แต่ชีวิตก็ทำให้พวกเขาต้องสู้กับมันจนก้าวเข้ามาเป็นซูเปอร์สตาร์ต้นๆของโลกและประสบความสำเร็จจนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

มาเปิดประวัติ 5 นักเตะสู้ชีวิตจนเป็นซูเปอร์สตาร์ต้นๆของโลกและประสบความสำเร็จกันมีดังนี้
1. เอดูอาร์ เมนดี้

เอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารทีมชาติเซเนกัล ที่ครั้งหนึ่งเขาเป็นนายประตูเฝ้าเสา ไม่มีใครสนใจ แต่ปัจจุบันเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็น1ในผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลก และกลายเป็นมือ 1 ของทัพ “สิงห์บลู” เชลซี

และยังมีนักเตะอีกหลายคนที่ต้องพบกับมรสุมชีวิตในช่วงเริ่มต้น ก่อนจะก้าวสู่การเป็นยอดผู้เล่นในปัจจุบัน ซึ่งผลงานของพวกเขาน่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คนว่าอย่ายอมแพ้ในโชคชะตา และสู้จนกระทั่งบรรลุเป้าหมายในชีวิต

 

ก่อนหน้านี้ เมนดี้ มีปัญหาเยอะมากในช่วงต้นอาชีพของเขา เพราะนักเตะเคยโดนปล่อยตัวออกมาจาก เลอ อาฟร์ สมัยเป็นผู้เล่นเยาวชน หลังจากนั้นเขาใช้เวลา 5 ปีอยู่กับ ซีเอส มูนิซิโปซ์ เลอ อาฟร์ ทีมสมัครเล่นประจำท้องถิ่น

และก่อนที่ เมนดี้จะย้ายไปเล่นกับ อาแอส แชร์บูร์ก ทีมระดับดิวิชั่น 3 แต่สุดท้ายการเล่นให้กับ แชร์บูร์ก นักเตะไม่สามารถแจ้งเกิดได้เลยและพอหมดสัญญาก็ไม่มีใครสนใจอยากได้ตัวไปร่วมทัพ ทำให้ เมนดี้ ต้องว่างงาน 1 ปี

แต่สุดท้าย โอลิมปิก มาร์กเซย ก็มองเห็นศักยภาพในตัวเขา ก็เลยตัดสินใจดึงมาร่วมทีมโดยเขาได้อยู่ในทีมสำรองของ “โอแอม” แต่ เมนดี้ ไม่สามารถแจ้งเกิดได้ และโดนเฉดหัวไปเฝ้าเสาให้กับ สต๊าด เดอ แร็งส์ สโมสรจากลีก เดอซ์ จากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับ แรนส์ ซึ่งทำให้เขาแจ้งเกิด ก่อนจะก้าวเข้ามาเป็นมือ 1 ของ เชลซี ในปัจจุบัน

2.เอ็นโกโล่ ก็องเต้

 

เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เป็น1ในนักเตะที่มีผู้คนรักมากที่สุดในวงการลูกหนัง ก็เคยต้องเจอกับสถานการณ์ยากลำบากในช่วงที่เขาเป็นดาวรุ่ง โดยหลังจากที่นักเตะต้องสูญเสียคุณพ่อ เจ้าตัวก็เริ่มหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะตามข้างถนนในกรุงปารีสเพื่อดูแลมารดาของเขา

ที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ก็คือ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ โดนปฏิเสธจากศูนย์เยาวชนแคลร์ฟองแต็ง ก่อนที่เขาจะไปเฉิดฉายกับ ก็อง สโมสรในลีก เดอซ์ โดยฟอร์มการเล่นของ ก็องเต้ กับ ก็อง โดดเด่นอย่างมากจนทำให้เขาได้ย้ายไปอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้

การเล่นให้ทัพ “จิ้งจอกสยาม”  เลสเตอร์ ซิตี้       เอ็นโกโล่ ก็องเต้   เป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญนำสโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ เชลซี โดยปัจจุบันเจ้าตัวได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวรับที่เก่งที่สุดในโลก แถมยังนำความสำเร็จมาสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทั้งแชมป์ลีกอังกฤษ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งนำ ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2018

3.ริยาด มาห์เรซ

เป็นอีก1 นักเตะที่ทีมแมวมอง ตาคมของ เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถคว้าตัวมาเสริมแกร่งนั่นก็คือ ริยาด มาห์เรซ  โดย ดาวเตะชาวแอลจีเรีย ต้องเจอกับเรื่องสุดเศร้าเมื่อเห็นพ่อของเขาเสียชีวิตจากอาการหัวใจวายตอนที่เขาอายุแค่ 15 ปีเท่านั้น

มาห์เรซ ต้องพบกับความยากลำบากในการสร้างผลงานให้กับสโมสรที่เซ็นสัญญากับเขา โดยนักเตะเคยไปทดสอบฝีเท้ากับเซนต์ เมียร์เรนแต่ไม่ได้ย้ายมาเล่นด้วยเนื่องจาก สกอตแลนด์ มีอากาศหนาวเกินไปสำหรับเขา

จนกระทั่ง มาห์เรซ ได้มีโอกาสย้ายมาเล่นกับ เลอ อาฟร์ และเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จนนำไปสู่การได้ย้ายไปเล่นให้ เลสเตอร์ ซึ่งที่นี่เขากลายเป็นหนึ่งในปีกฟอร์มจี๊ดจ๊าดที่สุดในพรีเมียร์ลีก

มาห์เรซ ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเล่นที่เมืองผู้ดี เมื่อได้แชมป์ลีก 3 สมัยกับ เลสเตอร์ และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนักเตะย้ายมาอยู่กับทัพ “เรือใบสีฟ้า” ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,640 ล้านบาท) เมื่อปี 2018
4.ลูก้า โมดริช

 

อีก1 นักเตะ ที่ใครๆก็ต้องรู้จักนามว่า ลูก้า โมดริช  เกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ประเทศโครเอเชีย โดยช่วงวัยเยาวชนเจ้าตัวต้องเจอกับเรื่องวุ่นวายมากมายจากสงครามระหว่าง ยูโกสลาเวีย และโครเชียที่ต้องการแยกตัวเป็นอิสระ ก่อนที่ครอบครัวต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยและอพยพหนีตายไปอยู่ที่โรงแรมโคโลแวร์ ในเมืองซาดาร์ เป็นเวลา 7 ปี ซึ่งที่นี่เองกลายเป็นสถานที่ โมดริช เริ่มหัดเล่นฟุตบอลเป็นครั้งแรก

ลูก้า โมดริช  ดาวเตะเลือดโครแอต มีโอกาสได้ย้ายมาเล่นให้กับ ดินาโม ซาเกร็บ และโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ก่อนที่เขาจะได้รับโอกาสย้ายมาเล่นให้ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พร้อมกับสร้างผลงานดีมีคุณภาพจนไปเข้าตา เรอัล มาดริด

“ราชันชุดขาว” ควักกระเป๋าจ่ายให้ สเปอร์ส 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,320 ล้านบาท) เมื่อปี 2012 และที่เมืองหลวงประเทศสเปน โมดริช ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะสำคัญของ “โลส บลังโกส” และช่วยทีมคว้าแชมป์มากมาย รวมทั้งได้รางวัลบัลลง ดอร์ ในปี 2018 หลังนำ โครเอเชีย ทะลุชิง ฟุตบอลโลก แต่พ่าย ฝรั่งเศส

5.อัลฟองโซ่ เดวี่ส์

 

 

สุดท้ายกับอีก หนึ่งในนักเตะที่มีเรื่องราวที่น่าสนใจมากๆ นั่นก็คือ อัลฟองโซ่ เดวี่ส์ ซึ่งเขาเกิดในค่ายผู้ลี้ภัยที่ตั้งอยู่ในบูดูบูรัม ประเทศกานา โดยตอนนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ของเขาที่เป็นชาวไลบีเรียต้องการหนีจากสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไลบีเรีย

พ่อกับแม่และ ครอบครัวของ เดวี่ส์ เจอกับความลำบาก ต้องย้ายไปประเทศแคนาดา ตอนที่เขายังเด็กอายุแค่ 5 ขวบนั้น โดยลงหลักปักฐานอยู่ในย่านเอ็ดมอนตัน ก่อนที่เขาจะได้รับสัญชาติแคนาดาอย่างเป็นทางการ ในตอนที่เขาอายุได้ 17 ปี

โอกาสยิ้มกว้างที่สุดของเขามาถึงแล้ว เดวี่ส์ เริ่มหัดเล่นฟุตบอลกับทีมโรงเรียนซึ่งไม่ค่อยจะมีอุปกรณ์สำหรับพัฒนาฝีเท้า ก่อนที่เขาจะได้เข้าไปอยู่กับศูนย์ฝึกของ ไวท์แคปส์ เอฟซี เรสซิเดนซี่ โดยทีมนั้นเป็นทีมในเครือของ แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ สโมใสรในลีก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์

และระหว่างที่กำลังมีความสุขกับการได้เล่นในเมเจอร์ลีก  ในเดือนกรกฎาคมปี ในปี 2018 เดือนกรกฎาคม  เดวี่ส์ ก็ได้รับโทรศัพท์ ปลายสายบอกว่าให้เข้ามาที่ออฟฟิศ สโมสร บาเยิร์น มิวนิค ต้องการคุยกับคุณ  สุดท้าย เดวี่ส์ ก็ได้เซ็นสัญญากับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี และนับตั้งแต่นั้นเขาก็กลายเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ทำผลงานได้น่าตื่นเต้นที่สุดในวงการลูกหนังโลก