เฟร็ดนักเตะ ปิศาจแดง ที่เริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น

นักเตะ ปิศาจแดง คนไหน ที่พัฒนาตัวเองได้เป็นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาแล้วล่ะก็ เชื่อได้ว่าชื่อของ เฟร็ด ก็น่าจะเป็นหนึ่งในชื่อที่หลายคนนึกถึงเป็นลำดับแรกๆ หลังจากที่เขาเล่นได้น่าประทับใจพอตัวจนเป็นที่ชืนชอบของแฟนบอลบางส่วนไปแล้ว

จริงๆแล้ว  มันไม่ใช่ว่าฟอร์มของ เฟร็ด จะดีจนถึงขั้นนำไปเทียบชั้นกับบรรดาสุดยอดมิดฟิลด์ของ พรีเมียร์ลีก ในปัจจุบันได้ แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานของเขาพัฒนาขึ้นจากสมัยก่อนเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่วงแรกๆ ที่มาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แทงบอล ที่ฟอร์มย่ำแย่จนถึงขั้นทำให้เขาตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการโดนปล่อยออกจากทีมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเพื่อเป็นหลักฐานถึงเรื่องนั้น วันนี้เราเลยมีเกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับ เฟร็ด ในซีซั่นนี้มาให้ได้ชมกัน

– เกมรับโดดเด่น

นับตั้งแต่ที่มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เฟร็ด มักจะรับบทบาทเป็นมิดฟิลด์ตัวรับมากกว่าตัวรุก ซึ่งในฤดูกาลนี้ เฟร็ด ก็ทำผลงานด้านเกมรับได้ดีเป็นลำดับต้นๆ ของทีม อย่างเช่นการตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบที่ทำได้ 20 ครั้ง สูงเป็นอันดับ 2 ของทีม และการชนะจังหวะดวลตัวต่อตัวที่ทำได้ 90 หน ซึ่งถือเป็นอันดับ 2 ของทีมเช่นกัน

นอกจากนี้ เฟร็ด ยังมีด้านที่ทำได้ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ของทีมด้วย แทงบอลออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการสกัดโดนบอลที่ทำได้ 53 ครั้ง, การเก็บบอลได้ที่จำนวน 139 หน และการชนะในพื้นที่กลางสนามที่ทำไปได้ 72 หน

 

 – มีไว้สมหวังมากกว่าผิดหวัง

ต้องยอมรับว่าจนถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานโดยรวมดร็อปกว่าซีซํ่นก่อนเยอะ พวกเขาเพิ่งเก็บชัยชนะได้เพียง 13 นัดจากการลงเล่น 34 เกมในทุกรายการ, เป็นเพียงอันดับ 4 ของตารางคะแนน รวมถึงตกรอบทั้ง เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ แทงบอลออนไลน์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ฤดูกาลก่อนเป็นถึงอันดับ 2 ของลีก, ไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของ เอฟเอ คัพ และทะลุถึงรอบรองชนะเลิศของ คาราบาว คัพ

อย่างไรก็ตาม จากจำนวน 13 เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แทงบอล เก็บชัยชนะได้ในซีซั่นนั้น มีถึง 59 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นเกมที่ เฟร็ด มีส่วนร่วมด้วย อย่างเช่นเกมลีกนัดชนะ อาร์เซน่อล 3-2 เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาที่เขาทำได้ 1 แอสซิสต์และเรียกจุดโทษได้ 1 ครั้งจนนำไปสู่ประตูจากลูกจุดโทษของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และการเป็นคนทำประตูชัยในเกมลีกนัดชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 ในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน เป็นต้น ในขณะที่เวลาไร้เงาของ เฟร็ด แมนฯ ยูไนเต็ด มีเปอร์เซ็นต์ชนะเพียง 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของสถิติด้านนี้ก็คือในเกมลีก 5 นัดหลังสุดนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะไปได้ 3 เกม ซึ่งทั้ง 3 นัดที่ว่าก็มี เฟร็ด ลงเป็นตัวจริงทั้งหมด ส่วนที่เหลือ 2 นัดที่ทีมของ รังนิก ทำได้เพียงเสมอกับทั้ง เบิร์นลี่ย์ และ เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-1 นั้น ดาวเตะชาวบราซิเลียนอดลงช่วยทีมเพราะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั่นเอง

 

– เกมรุกที่ทำได้ดีตามต้องการ

ตั้งแต่ก่อนหน้าที่ ราล์ฟ รังนิก จะเข้ามาคุมทีมนั้น เฟร็ด เคยให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าตนอยากมีส่วนร่วมกับการขึ้นเกมบุกให้มากขึ้นเวลาที่เล่นกับสโมสร โดยตอนเล่นให้กับทีมชาติบราซิลเขาได้มีส่วนร่วมกับการเล่นเกมรุกมากกว่าตอนเล่นให้ต้นสังกัด และทำผลงานได้น่าประทับใจใจระดับหนึ่งจนเป็นคนที่มักจะถูกเลือกให้เป็นตัวจริงในหลายนัดเวลาที่ขุนพล เซเลเซาลงสนาม

ทั้งนี้ หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดนปลดออกจากการเป็นกุนซือของทีมไปแล้วนั้น เฟร็ด ก็ได้ขยับมาเล่นตรงพื้นที่ที่สูงขึ้นจนทำให้มีส่วนร่วมกับเกมรุกในการเล่นระดับ พรีเมียร์ลีก มากกว่าเดิม ทั้งในสมัยของ ไมเคิ่ล คาร์ริค และ รังนิก อย่างเช่นการผ่านบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษที่เขาทำได้เฉลี่ย 1.2 ครั้งต่อเกมนับตั้งแต่ที่ โซลชา ไม่ได้อยู่คุมทีมอีกต่อไปแล้ว ขณะที่ในยุคของอดีตแข้งชาวนอร์เวย์นั้น เขามีผลงานด้านนั้นเพียง 0.6 ครั้งต่อนัด

นอกจากนี้ เฟร็ด ยังขยับจากการสร้างโอกาสทำประตูได้เฉลี่ย 0.8 ครั้งต่อเกม มาเป็น 1.6 ครั้งต่อนัดด้วย และเขาก็ผ่านบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายได้มากขึ้นจาก 14.3 หนต่อเกมมาเป็นนัดละ 16.6 ครั้ง รวมถึงมีจังหวะง้างเท้ายิงเองมากขึ้นจาก 0.5 ครั้งต่อเกมมาเป็น 0.9 นัดต่อครั้งเช่นกัน